มีฮาร์ดดิสก์ USB ของ Buffalo แต่ไฟล์ซิสเต็ม (File System) เป็น FAT32 เลยคิดอยากจะแปลงเป็น NTFS. จำได้ว่าสามารถทำได้แต่ลืมไปแล้วว่าทำอย่างไร. เลย search เจอวิธีแปลงวอลุ่ม FAT32 เป็น NTFS เลยทำตามดู.
สั่งคำสั่งง่ายๆจาก cmd คือ convert drive letter: /fs:ntfs
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
Dictionary Tooltip
สองสามวันนี้ได้มีโอกาสติดตามข่าวทางเว็บหลายๆเว็บ. เว็บหนึ่งที่ติดตามอ่านอยู่คือ The Nation ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ. แน่นอนว่าบางครั้งก็มีคำศัพท์ที่ไม่รู้จักมาก่อน ทำให้มีความจำเป็นต้องเปิดพจนานุกรมหรือที่เรียกกันว่าดิกชันนารี. โดยปกติแล้วผมฝึกตัวเองให้เปิดดิกอังกฤษ-อังกฤษก่อน. และถ้ายังไม่เข้าใจความหมายจริงๆก็ค่อยเป็นดิกอังกฤษ-ไทย.
เลยเกิดความคิดว่าสมัยนี้มันน่าจะมี Firefox Add-on แบบที่เอาเคอร์เซอร์เมาส์ไปจ่อวางที่คำศัพท์ที่เราต้องการแล้วมี pop-up บอกคำแปล. ก็เลยลองหาดู. รู้สึกว่าส่วนใหญ่ Add-on ที่เจอไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ. ส่วนใหญ่จะเป็นพวก "แปล" คือแปลจากอังกฤษเป็นภาษาอื่นๆบ้าง, บาง Add-on ก็ต้องคลิกขวาก่อนแล้วค่อยเลือกจาก context-menu ซึ่งผมไม่ชอบ. ไปๆมาๆเลยเจอ Dictionary Tooltip ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่กำลังหาอยู่.
วิธีการใช้เพียงแค่ดับเบิ้ลคลิกที่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ต้องการรู้ความหมาย, โดย default จะมีปุ่ม DT ขึ้นมา แล้วเอาเมาส์ไปวางที่ปุ่มนั้นก็จะมี tool tip เปิดเว็บไซด์ดิกแปลคำนั้นให้.
นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งเช่น ในกรณีของผมบางครั้งชอบดับเบิ้ลคลิกเพื่อที่จะเลือกคำศัพท์ แต่ไม่ใช่ต้องการเปิดดิก, ก็สามารถเลือกตัวเลือกให้เปิดดิกเฉพาะตอนกดคีย์ Ctrl ค้างไว้ก็ได้. หรือจะเลือกคำ, แล้วคลิกขวาเปิด tool tip ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง.
สำหรับเว็บไซด์พจนานุกรม ก็สามารถเลือกได้และเพิ่มเว็บไซด์ที่เราชอบใช้แปลได้เองด้วย. เช่นถ้าใครอยากจะให้แปลอังกฤษไทยก็อาจจะเพิ่ม Longdo Dict ลงไปในลิสแล้วเลือกเป็นพจนานุกรมหลักที่ใช้แปลก็ได้.
เลยเกิดความคิดว่าสมัยนี้มันน่าจะมี Firefox Add-on แบบที่เอาเคอร์เซอร์เมาส์ไปจ่อวางที่คำศัพท์ที่เราต้องการแล้วมี pop-up บอกคำแปล. ก็เลยลองหาดู. รู้สึกว่าส่วนใหญ่ Add-on ที่เจอไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ. ส่วนใหญ่จะเป็นพวก "แปล" คือแปลจากอังกฤษเป็นภาษาอื่นๆบ้าง, บาง Add-on ก็ต้องคลิกขวาก่อนแล้วค่อยเลือกจาก context-menu ซึ่งผมไม่ชอบ. ไปๆมาๆเลยเจอ Dictionary Tooltip ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่กำลังหาอยู่.
วิธีการใช้เพียงแค่ดับเบิ้ลคลิกที่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ต้องการรู้ความหมาย, โดย default จะมีปุ่ม DT ขึ้นมา แล้วเอาเมาส์ไปวางที่ปุ่มนั้นก็จะมี tool tip เปิดเว็บไซด์ดิกแปลคำนั้นให้. นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งเช่น ในกรณีของผมบางครั้งชอบดับเบิ้ลคลิกเพื่อที่จะเลือกคำศัพท์ แต่ไม่ใช่ต้องการเปิดดิก, ก็สามารถเลือกตัวเลือกให้เปิดดิกเฉพาะตอนกดคีย์ Ctrl ค้างไว้ก็ได้. หรือจะเลือกคำ, แล้วคลิกขวาเปิด tool tip ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง.
สำหรับเว็บไซด์พจนานุกรม ก็สามารถเลือกได้และเพิ่มเว็บไซด์ที่เราชอบใช้แปลได้เองด้วย. เช่นถ้าใครอยากจะให้แปลอังกฤษไทยก็อาจจะเพิ่ม Longdo Dict ลงไปในลิสแล้วเลือกเป็นพจนานุกรมหลักที่ใช้แปลก็ได้.
ป้ายกำกับ:
firefox
วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
Backup Add-on ของ Firefox ด้วย FEBE
วันนี้มีโอกาสใช้ FEBE (Firefox Environment Backup Extension) ทำ backup Add-on ต่างๆที่เคยลงไว้ใน Firefox 3.6.3 ที่ใช้อยู่.
สาเหตุมีอยู่ว่ารู้สึกว่า Firefox ที่ใช้มันไม่รองรับ WOFF (Web Open Font Format) เช่นไปดูที่หน้า Font Previewer ตัวฟอนต์ก็ไม่ยอมเปลี่ยนตามทั้งๆที่ Firefox 3.6.x ที่ใช้มันควรจะใช้ได้. ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไรแต่เข้าใจว่าน่าจะเกี่ยวกับการที่ Firefox ที่ใช้อยู่นี้มัน update มาจากเวอร์ชั่นก่อนๆหลายครั้งพอควร. เลยตัดสินว่าน่าจะลอง uninstall แล้ว install ใหม่อีกครั้ง. เลยทำให้นึกถึง FEBE.
FEBE ใช้ไม่ยาก. หลังจากที่ติดตั้ง Add-on แล้วก็คลิกที่ Tools > FEBE > FEBE Options แล้วเลือกสิ่งที่ต้องการ back up. เช่นในกรณีของผม, ผมต้องการแค่ Add-on เท่านั้นเพราะไม่ต้องการมาติดตั้งใหม่. เลือกไดเรกทอรีที่ต้องการเก็บสิ่งที่ Back up แล้วก็คลิกที่ปุ่ม OK.
เริ่ม back up โดยคลิกที่ Tools > FEBE > Perform Backup เป็นอันเสร็จงาน. จะเห็นว่า FEBE จะเก็บไฟล์ xpi ซึ่งเป็น Add-on ไว้ในที่ที่เราระบุไว้. ทีนี้ผมก็สามารถ un-install Firefox ทิ้งแล้วไปดาวน์โหลด Firefox สดๆมา install อีกครั้ง.

เวลาที่จะติดตั้ง Add-on ผมก็เลือกเปิดไฟล์ .xpi จากเบราเซอร์ โดยเลือกเปิด FEBE{6.3.3}.xpi ก่อน. หลังจากนั้นก็เลือก Tools > FEBE > Restore > Restore Extensions แล้วเลือก .xpi หลายๆอันพร้อมๆกัน. พอเสร็จแล้วก็จะได้ Add-on ที่เคยลงไว้ทั้งหมดกลับมา.
จริงๆแล้ว FEBE สามารถสำรองข้อมูลอิ่นๆได้ด้วยเช่น history, bookmark ฯลฯ แต่ผมไม่สนใจ. ขอเพียง Add-on ที่เคยใช้ไม่ต้องไป search แล้วลงใหม่, เท่านั้นก็พอ.
สาเหตุมีอยู่ว่ารู้สึกว่า Firefox ที่ใช้มันไม่รองรับ WOFF (Web Open Font Format) เช่นไปดูที่หน้า Font Previewer ตัวฟอนต์ก็ไม่ยอมเปลี่ยนตามทั้งๆที่ Firefox 3.6.x ที่ใช้มันควรจะใช้ได้. ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไรแต่เข้าใจว่าน่าจะเกี่ยวกับการที่ Firefox ที่ใช้อยู่นี้มัน update มาจากเวอร์ชั่นก่อนๆหลายครั้งพอควร. เลยตัดสินว่าน่าจะลอง uninstall แล้ว install ใหม่อีกครั้ง. เลยทำให้นึกถึง FEBE.FEBE ใช้ไม่ยาก. หลังจากที่ติดตั้ง Add-on แล้วก็คลิกที่ Tools > FEBE > FEBE Options แล้วเลือกสิ่งที่ต้องการ back up. เช่นในกรณีของผม, ผมต้องการแค่ Add-on เท่านั้นเพราะไม่ต้องการมาติดตั้งใหม่. เลือกไดเรกทอรีที่ต้องการเก็บสิ่งที่ Back up แล้วก็คลิกที่ปุ่ม OK.
เริ่ม back up โดยคลิกที่ Tools > FEBE > Perform Backup เป็นอันเสร็จงาน. จะเห็นว่า FEBE จะเก็บไฟล์ xpi ซึ่งเป็น Add-on ไว้ในที่ที่เราระบุไว้. ทีนี้ผมก็สามารถ un-install Firefox ทิ้งแล้วไปดาวน์โหลด Firefox สดๆมา install อีกครั้ง.

เวลาที่จะติดตั้ง Add-on ผมก็เลือกเปิดไฟล์ .xpi จากเบราเซอร์ โดยเลือกเปิด FEBE{6.3.3}.xpi ก่อน. หลังจากนั้นก็เลือก Tools > FEBE > Restore > Restore Extensions แล้วเลือก .xpi หลายๆอันพร้อมๆกัน. พอเสร็จแล้วก็จะได้ Add-on ที่เคยลงไว้ทั้งหมดกลับมา.
จริงๆแล้ว FEBE สามารถสำรองข้อมูลอิ่นๆได้ด้วยเช่น history, bookmark ฯลฯ แต่ผมไม่สนใจ. ขอเพียง Add-on ที่เคยใช้ไม่ต้องไป search แล้วลงใหม่, เท่านั้นก็พอ.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

